แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เกลือ หรือ พริกไทย

กลับมาแล้วกับการสังเกตของใช้ในชีวิตประจำวัน

ของใช้ในชีวิตประจำวันหลายๆ อย่างเรารู้สึกว่ามันควรจะออกแบบมาง่ายๆ สะท้อนกับคุณลักษณะของตัวมันเอง ไม่ต้องให้ผู้ใช้คิดมาก เรื่องพวกนี้พยายามสะท้อนออกมาในหมวดหมู่ Object ครับ

สิ่งรบกวนจิตใจประจำวันนี้คือ ขวดใส่เกลือกับพริกไทย ร้านที่ใช้ขวดปกติที่เป็นขวดพริกไทยตรามือหรือเกลือปรุงทิพย์ (ไม่ได้ค่าโฆษณา) อันนั้นไม่ค่อยยากเท่าไร แต่ว่าบางร้านที่เลือกใช้ขวดพิเศษเพื่อความเข้าชุดกันหรือความสวยงาม แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าในคือเวลาเลือกแล้ว หลายร้านเลือกแบบนี้มา


คือเข้าใจว่ามันสวยนะครับ แต่ว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนมันเกลือ อันไหนมันพริกไทย? ลองคุยกับหลายๆ คนพบว่าแต่ละคนมีมุมมองต่างกันอาทิ
  • รูน้อยกว่าคือเกลือเพราะเกลือนั้นควบคุมปริมาณและรสชาติยาก
  • รูมากกว่าคือพริกไทยเพราะพริกไทยเทออกยาก
  • รูน้อยกว่าคือพริกไทยเพราะพริกไทยมันละเอียดกว่า
  • รูมากกว่าคือเกลือเพราะเกลือเม็ดใหญ่กว่า
ตอนเขียนบล็อกนี้ก็เลยลองนึกๆ แบบอื่นๆ ที่เคยเจอมา จำได้สามแบบ


แบบที่ 1 นี่เป็นแบบที่มักจะเจอบ่อยๆ กว่าจะตัดสินใจได้ต้องเหยาะออกมาสักจึ๊กนึงก่อนถึงจะรู้
แบบที่ 2 นี่พยายามจะสร้างสรรค์ มีใครรู้ไหมว่าทำไมรูของพริกไทยกับเกลือมันเป็นแบบนั้น?
แบบที่ 3 นี่ชอบที่สุด ใช้ colour-coded แบ่งแยกพริกไทยเป็นสีดำ และ เกลือเป็นสีขาว กรณีพริกไทยจริงๆ เป็นสีอื่นๆ ก็ไม่น่าต้องคิดมากเท่าไร เพราะ mapping สีของเกลือเราเป็นสีขาวอยู่แล้ว เคยเห็นเกลือหิมาลายาบูเก้เป็นสีชมพู แต่นั่นคงเป็น mapping ที่ไม่แข็งแรงเท่ากับเกลือสีขาว?

สนุกดีครับ

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

UX ของใบสั่งอาหาร (1)

อันนี้เป็นเรื่องแปลกและน่าสนใจสำหรับผมครับ ดูลักษณะแล้วจะยาว แบ่งเป็นตอนๆ ละกัน

ช่วงนี้มีเหตุให้ต้องอยู่เชียงใหม่บ่อยๆ นานๆ สังเกตอย่างหนึ่งว่าร้านอาหารในเชียงใหม่หลายๆ ร้านที่ผมไปกิน จะมีวิธีการให้ลูกค้าสั่งอาหารลักษณะที่น่าสนใจคล้ายๆ กันอยู่

วิธีการสั่งอาหารเวลาที่ผมจะคุ้นอยู่บ่อยๆ คือ มีคนมาจดรายการอาหารหรือเราจดรายการอาหาร รูปแบบการจดก็เป็นแบบ
[ชื่ออาหาร][คุณสมบัติ] [จำนวน]
ยกตัวอย่างเช่น
[สำตำปูปลาร้า][เผ็ดน้อย พริกเม็ดเดียว] [1]
ซึ่งรูปแบบนี้ก็เข้าใจง่ายดี มีข้อดี

  • คนสั่งมีิอิสระค่อนข้างสูงในการประกอบคุณสมบัติของอาหารขึ้นมา
  • ลักษณะการกำหนดจำนวนก็ค่อนข้างง่าย เพราะรูปแบบ [ชื่ออาหาร] [จำนวน] เป็นลักษณะที่คุ้นเคยในการบอกจำนวนนับ
แต่แบบจดลงกระดาษก็มีข้อเสียคือ
  • คนทำอาหารอาจจะอ่านลายมือไม่ออก
  • รายการอาหารนั้นๆ อาจจะไม่มีเพราะคนสั่งสร้างเมนูขึ้นมาเอง อาจจะนำไปสู่การอารมณ์เสียของคนทำอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้อาหารไม่อร่อยได้ง่าย


ทีนี้ประเด็นที่น่าสังเกตของร้านอาหารหลายๆ ร้านในเชียงใหม่ที่เจอมาคือ เขาจะมีใบสั่งอาหารที่พิมพ์รายการอาหารไว้ และเว้นช่องให้ใส่จำนวนแบบนี้

ใบสั่งอาหารของร้านป้าเล็กส้มตำ

ใบสั่งอาหารของร้านอะไรสักอย่างแถวๆ หลัง มช. ด้านซ้ายเป็นใบสั่งก๋วยเตี๋ยว ด้านขวาเป็นใบสั่งอาหารว่าง

ตัวอย่างอีกอันหนึ่งคือจากร้านอะไรสักอย่างแถวๆ หลัง มช. อันนี้จะลักษณะคล้ายๆ ร้านป้าเล็กส้มตำแต่มีการแบ่งใบสั่งอาหารเป็นสองแบบ คือ ใบสั่งก๋วยเตี๋ยว และ ใบสั่งอาหารว่าง มีคุณสมบัติเพิ่มเติมให้คนสั่งอาหารเลือกได้อาทิ ประเภทของเส้นก๋วยเตี๋ยว ขนาดธรรมดาหรือพิเศษ รวมไปถึงหมายเหตุที่อาจจะให้คนสั่งไว้กำหนดคุณสมบัติพิเศษเช่น ไม่พริก ไม่ผัก ฯ

การทำใบสั่งอาหารแบบนี้มีข้อดีข้อเสียที่คิดได้ประมาณนี้คือ

ข้อดีคือ
  • ไม่ต้องทำเมนูอาหาร
  • สร้าง force function ให้กับคนสั่งอาหาร โดยที่ยังสามารถควบคุมตัวเลือกให้คนสั่งอาหารไม่รู้สึกว่ามีอาหารให้เลือก น้อยไป จนไม่อยากกินหรือมากไปจนขี้เกียจเลือกได้
  • ลดความเสี่ยงในการตีความชื่ออาหารผิด
  • สามารถนำใบนี้มาคำนวณราคาอาหารตอนเก็บเงินได้ทันที
ข้อเสียคือ
  • หากมีการแก้ไขจำนวนอาหารที่จะสั่ง อาจจะเริ่มลำบาก นึกถึงกรณีไปกันหลายๆ คน คนหยิบใบนี้มาคนแรกก็จะสั่งอาหารที่ตัวเองจะสั่ง แล้วตามวิถีของ behavioral economy คนต่อไปก็จะมีแนวโน้มเลือกตามคนแรกค่อนข้างสูง ทำให้มีโอกาสการแก้ซ้ำๆ คนล้นช่องและกลายเป็นดูลำบากไปค่อนข้างสูง
 ยังมีใบสั่งอาหารลักษณะคล้ายๆ กันอีกหลายแบบ เดี๋ยวมาต่อตอน 2 จ้ะ :D